"ATP30" ชี้รถรับส่งในนิคมอุตสาหกรรมโตดี อวดงบปี 61 กวาดรายได้ 423.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.58%

>>

นายปิยะ เตชากูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอทีพี 30 จำกัด (มหาชน) หรือ ATP30 ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการรถรับส่งพนักงานจากแหล่งที่พักอาศัยในเขตชุมชนไปยังโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการโดยเฉพาะรอบเขตนิคมอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (Eastern Seaboard) เปิดเผยถึงผลประกอบการปี 2561 ว่าบริษัทมีรายได้รวม 423.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 348.64 ล้านบาท จำนวน 75.22 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.58% และมีกำไรสุทธิ 40.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26.25  ล้านบาท จำนวน 14.66 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 55.85% ทั้งนี้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทสามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมได้ 100% และมีลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นจำนวน 3 ราย รวมถึงการขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมีจำนวนรถที่ให้บริการกับลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นทั้งปีรวม 44 คัน อีกทั้งมีรถที่หมดค่าเสื่อมในปี 61 จำนวน 20 คัน รวมเป็นรถที่หมดค่าเสื่อมทั้งสิ้น 33 คัน และมีการขายรถออกไป 2 คัน

นอกจากนี้บริษัทมีการบริหารจัดการในด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ของบริษัทปรับตัวลดลง และมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 107.86 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 25.57% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 81.25 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 23.38% ขณะที่การประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 1/2562 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นของบริษัท ในอัตราหุ้นละ 0.04 บาท คิดเป็นจำนวนเงิน 21.92 ล้านบาท หรือคิดเป็น 56.51% ของกำไรสุทธิปี 2561  โดยจะทำการกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล(Record Date) ในวันที่ 12 เม.ย 62 และกำหนดจ่ายปันผลในวันที่ 30 เม.ย.62  (ขออนุมัติจากประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 2 เม.ย. 62 )

สำหรับการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตทั้งรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง ด้วยจุดแข็งของบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี การพัฒนาระบบการดำเนินงานด้านการควบคุมการเดินรถ และการพัฒนาบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ เตรียมความพร้อมรองรับการเติบโตที่ยั่งยืน โดยมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนรถที่ให้บริการในปี 2562 อีกประมาณ 30 คัน ซึ่งจะส่งผลให้รายได้ของบริษัทเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยคาดว่าจะเติบโตไม่น้อยกว่า 10-15% หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 465 ล้านบาท และรักษาอัตราการทำกำไรไม่ต่ำกว่า 10%