“บลจ.ธนชาต”...ส่ง ‘กอง T-MultiIncome’ ตอบโจทย์ช่วงตลาดหุ้นผันผวน เน้นโอกาสสร้างรายได้ระหว่างลงทุน

>> นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต จำกัดเปิดเผยว่า บริษัทได้ออก ‘กองทุน T-MultiIncome’ ใหม่เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการโอกาสสร้างรายได้จากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีนโยบายเป็นกองทุนรวมผสมแบบไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุน ผู้จัดการกองทุนสามารถจัดการสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ได้ตามความเหมาะสมในตลาดแต่ละสภาวะ ทำให้การบริหารกองทุนนี้มีความยืดหยุ่น เหมาะกับตลาดการลงทุนในปัจจุบันที่มีความผันผวน ปรับเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว

“บลจ.ธนชาต”...เปิดตัวกองทุน T-MultiIncome กองทุนรวมผสมเน้นโอกาสสร้างรายได้ระหว่างการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยเน้นลงทุนในหุ้นปันผล กองทุนอสังหาฯ หุ้นกู้คุณภาพดี และพันธบัตรรัฐบาล เปิดขายครั้งแรก 1-11 มี.ค. นี้

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บลจ.ธนชาต จำกัดเปิดเผยว่า บริษัทได้ออก กองทุน T-MultiIncome’ ใหม่เพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการโอกาสสร้างรายได้จากการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยมีนโยบายเป็นกองทุนรวมผสมแบบไม่กำหนดสัดส่วนการลงทุน ผู้จัดการกองทุนสามารถจัดการสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ได้ตามความเหมาะสมในตลาดแต่ละสภาวะ ทำให้การบริหารกองทุนนี้มีความยืดหยุ่น เหมาะกับตลาดการลงทุนในปัจจุบันที่มีความผันผวน ปรับเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว ดังนั้นการที่ลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่งจะทำให้ผลตอบแทนในบางช่วงขาดทุนค่อนข้างสูง

( บุญชัย เกียรติธนาวิทย์ )


“บริษัทเชื่อว่ายังมีนักลงทุนที่ไม่ชอบให้ผลตอบแทนระหว่างทางเหวี่ยงมากๆ ยิ่งเหวี่ยงขาลง ยิ่งยอมรับไม่ค่อยได้ เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ก็จะตอบโจทย์นักลงทุนกลุ่มนี้ได้ดี เพราะมีการผสมผสานสินทรัพย์แต่ละประเภทไว้ด้วยกัน”

‘กอง T-MultiIncome’ จะเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างรายได้ เช่น หุ้นปันผล กองทุนอสังหาฯ หุ้นกู้ และพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะปรับสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละขณะได้ นับเป็นการจัดพอร์ตการลงทุนอย่างหนึ่ง แม้จะลงทุนในกองทุนนี้เพียงกองทุนเดียวก็ตาม นอกจากนั้นกองทุนยังมีโอกาสได้รายรับจากหลากหลายทาง ทั้งจากเงินปันผลและดอกเบี้ยด้วย

จากสถิติที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า หุ้นไทยในแต่ละปีทำผลงานได้แตกต่างกัน มีทั้งปีที่ทำผลตอบแทนโดดเด่น และปีที่ติดลบค่อนข้างสูง แต่ในปีที่หุ้นไทยทำผลงานไม่ดี พบว่ากองทุนอสังหาฯ กลับทำผลงานได้ดีกว่ามาก ดังนั้นการผสมและปรับสัดส่วนการลงทุนระหว่าง 2 สินทรัพย์นี้ มีโอกาสช่วยให้ผลตอบแทนระหว่างทางของกองทุนมีความสม่ำเสมอมากขึ้น นอกจากนั้น การลงทุนในหุ้นกู้คุณภาพดี และพันธบัตรรัฐบาลก็มีโอกาสช่วยให้พอร์ตลงทุนมีรายรับจากดอกเบี้ยระหว่างลงทุนด้วยอีกทางหนึ่ง

“สำหรับการลงทุนในปีนี้ แม้จะยังมีความผันผวน แต่ก็มาจากปัจจัยภายนอกมากกว่า เพราะปัจจัยในประเทศที่จะมากระทบกับการลงทุนน่าจะมีเพียงการเลือกตั้งเท่านั้น บริษัทยังเชื่อว่าในปี 2019 ตลาดหุ้นไทยจะยังมีความผันผวนจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ทั้งสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ที่แม้จะมีทีท่าดูคลี่คลายลงบ้าง แต่ก็ยังคงมีความกังวลอยู่ ส่วนการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่มีทีท่าอ่อนลงแต่ก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 เรื่องข้างต้น ก็มีแง่มุมที่บวกต่อการลงทุนอยู่ ถ้าสหรัฐ และจีนสามารถตกลงกันได้ และเฟดชะลอการขึ้นดอกเบี้ยจริงๆ”

นายบุญชัย ยังกล่าวอีกว่า นอกจากปัจจัยภายนอกแล้ว คาดว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่จะเป็นผลลบต่อหุ้นไทยคงน้อยมาก เพราะปีที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอยู่ที่ 287,459 ล้านบาท การจะสามารถเทขายเหมือนปีที่ผ่านมาคงทำได้ยาก ดังนั้น คาดว่าในปีนี้ตลาดหุ้นจะ

เทรดในกรอบ 1,550-1,760 และหากว่าเงินทุนไหลเข้ามาในระดับที่สูง และการเลือกตั้งของไทยเป็นไปอย่างราบรื่น ก็มีโอกาสจะเห็น 1,750 ในครึ่งปีแรกด้วยเช่นกัน

 “สำหรับกลยุทธ์ลงทุนในระยะแรก จะเน้นหุ้นที่สามารถจ่ายปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ โดยดูจากประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ต้องอยู่ในระดับที่ดีประมาณ 1-3 ปีย้อนหลัง และวิเคราะห์ว่ามีแนวโน้มสามารถจ่ายเงินปันผลเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ ส่วนการลงทุนในหุ้นกู้ จะเน้นหุ้นกู้คุณภาพดีอยู่ในระดับ investment grade ที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจ มีสภาพคล่องสูง มีความมั่นคงเป็นบริษัทขนาดใหญ่ และมีฐานะการเงินดี

สำหรับการลงทุนกองทุนอสังหาฯ จะพิจารณาลงทุนในกองทุนอสังหาฯ คุณภาพดีที่สามารถจ่ายปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งพิจารณาประวัติการจ่ายเงินปันผล 1-3 ปีย้อนหลัง รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของเงินปันผล ประกอบกับทรัพย์สินของกองทุน ว่าอยู่ในทำเลที่ดี มีศักยภาพ และผู้บริหารทรัพย์สินมีความน่าเชื่อถือ”

‘กอง T-MultiIncome’ เหมาะกับผู้ที่สามารถรับความผันผวนของราคาหุ้นได้ สามารถลงทุนในระยะกลางถึงระยะยาว เนื่องจากผู้ลงทุนไม่สามารถขายคืนได้ใน 1 ปีแรก โดยมีนโยบายจ่ายคืนผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนในรูปแบบการรับซื้อคืนอัตโนมัติ (Auto Redemption) โดยจะจ่ายคืนไม่เกินปีละ 4 ครั้ง เปิดขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 1-11 มี.ค. นี้