SCC ตั้งบ.ร่วมทุนในอินโดนีเซียเพื่อผลิตสินค้าพีวีซีสำเร็จรูป

>>

Hightlight

  • SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท นวพลาสติกอตุสาหกรรม (สระบุร) จํากัด หรือ NPI บริษัทย่อย จะจัดตั้งบริษัท PT. Berjaya Nawaplastic Indonesia หรือ BNI
  • เป็นการร่วมทุนกับ PT. Berjaya Tigabintang หรือ Berjaya เพื่อผลิตสินค้าพีวีซีสําเร็จรูป รวมถึงท่อและข้อต่อพีวีซีในประเทศอินโดนีเซีย
  • การลงทุนนี้มีมลูค่ารวมประมาณ 82 ล้านบาท โดย SCC มีสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อม 51% และ Berjaya ถือหุ้นส่วนที่เหลือ 49%
  • โดยบริษัทร่วมทุนดังกล่าวจะมีกําลังการผลิตสินค้าพีวีซีสําเร็จรูปรวมประมาณ 20,000 ตันต่อปี






บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จํากัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัท นวพลาสติกอตุสาหกรรม (สระบุรี) จํากัด หรือ NPI บริษัทย่อยที่ถือหุ้นทั้งหมดโดยบริษัทไทยพลาสติกและเคมีภณัฑ์ จํากัด (มหาชน) หรือ TPC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ SCC ถือหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม 99.81% จะจัดตั้งบริษัท PT. Berjaya Nawaplastic Indonesia หรือ BNI โดยการร่วมทุนกับ PT. Berjaya Tigabintang หรือ Berjaya เพื่อผลิตสินค้าพีวีซีสําเร็จรูป รวมถึงท่อและข้อต่อพีวีซีในประเทศอินโดนีเซีย


การลงทุนนี้มีมลูค่ารวม 33,150 ล้านรูเปีย (หรือประมาณ 82 ล้านบาท) โดย SCC มีสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อม 51% และ Berjaya ถือหุ้นส่วนที่เหลือ 49% ซึ่ง BNI จะเป็นบริษัทย่อยของ SCC การร่วมทุน ใน BNI นี้เป็นการผนึกกําลังในการดําเนินธุรกิจระหว่าง SCC และ Berjaya ในประเทศอินโดนีเซีย โดยบริษัทร่วมทุนนี้จะมีกําลังการผลิตสินค้าพีวีซีสําเร็จรูปรวมประมาณ 20,000 ตันต่อปี


Berjaya เป็นผู้ผูลิตสินค้าพีวีซีสําเร็จรูปในประเทศอินโดนีเซีย โดยซื้อพีวีซีเรซิน จาก TPC ไปใช้เป็น วัตถุดิบหลัก ในปี 2560 Berjaya มีรายได้รวมจากการขายประมาณ 146 ล้านบาท และมีสินทรัพย์ประมาณ 122 ล้านบาท


TPC เป็นผ้ผูลิตทั้งพีวีซีเรซินและสินค้าพีวีซีสําเร็จรูประดับภูมิภาค โดยมีฐานการผลิตทั้งในประเทศ ไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ธุรกรรมนี้จะทําให้ TPC สามารถขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนและเข้าสู่ตลาดสินค้าพีวีซีปลายน้ำที่กําลงัเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศอินโดนีเซีย ส่งผลให้กําลังการผลิตสินค้าพีวีซีสําเร็จรูป ซึ่งเป็นสินค้าปลายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 430,000 ตันต่อปี จากเดิม 410,000 ตันต่อปี โดยที่ยังคงมีกําลังการผลิตพีวีซีเรซินซึ่งเป็นสินค้าต้นน้ำรวม 886,000 ตันต่อปี


การลงทุนดงักล่าวเป็นการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีขนาดของรายการเท่ากับ 0.01% ของมูลค่า ของสินทรัพย์รวมตามงบการเงินรวมของ SCC สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 โดยเมื่อรวมกับรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นในระหว่าง 6 เดือนก่อนวันที่มีการเข้าทํารายการนี้จะเท่ากับ 7.87% ดังนั้น การรายงานสารสนเทศข้างต้นจึงไม่เข้าข่ายที่จะต้องปฏิบัติตามเกณฑ์ของตลาดหลกัทรัพย์แห่งประเทศไทย ในเรื่องการได้มาหรือจําหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ และไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงกัน