โอกาสของ COM7 หลังบีทีเอส ซื้อ Big lot

>>

ท่ามกลางสถานการณ์สงครามการค้าสหรัฐ-จีนยังไม่ได้ข้อยุติ ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ-อิหร่านเริ่มตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังอิหร่านประกาศจะละเมิดข้อจำกัดการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่ใช้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ทำให้ตลาดการเงินโลกมีความผันผวนมากขึ้น และค่าเงินบาทไทยแข็งค่าที่สุดในรอบหลายปี


แม้หลายหุ้นจะได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่ก็มีหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากสงครามการค้าอีกหนึ่งตัว นั่นก็คือ COM7 หรือ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งล่าสุด COM7 ได้รับการจับตามองมากหลังกลุ่ม BTS เข้าไปถือหุ้น 



ร้านค้าปลีกสินค้าไอทีในห้างพันธุ์ทิพย์


COM7 เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจ "ค้าปลีกสินค้าไอที" เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต และอุปกรณ์เสริมต่างๆ โดยจุดเริ่มต้นของบริษัท จุดประกายจากร้านค้าปลีกสินค้าไอทีในห้างพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ก่อนจะขยายธุรกิจจนมีรายได้รวมในปี 2561 อยู่ที่ 27,982.24 ล้านบาท และไตรมาส 1/2562 ที่ผ่านมา บริษัทมีรายได้ 7,635.90 ล้านบาท


โครงสร้างธุรกิจ COM7 แบ่งธุรกิจออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย

  1. กลุ่มค้าปลีก เพื่อจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านร้าน BaNANA, Studio7, BKK, Kingkong Phone, Brand Shop
  2. ธุรกิจเชิงพาณิชย์และลูกค้าองค์กร
  3. ธุรกิจบริการ และ
  4. ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์


ซึ่งรายได้หลักมาจากการขายสมาร์ทโฟน คิดเป็น 47% เมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น เช่น แล็ปท็อป อุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้มีข้อมูลจาก IDC FutureScapes ว่าปี 2560 ที่ผ่านมา เป็นปีที่ตลาดไอทีที่เติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยในปี 2564 มูลค่าตลาดไอทีจะอยู่ที่ 471,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีมูลค่าราว 440,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 31,000 ล้านบาท ในช่วงเวลาไม่กี่ปี และจะขับเคลื่อนจาก "ตลาดสมาร์ทโฟนเป็นหลัก"

 


ไอทีเซอร์วิสมาแรง
!!


โดยเทรนด์การเติบโตที่น่าสนใจคือ ในช่วงปี 2561-2564 การเติบโตของกลุ่ม Device จะลดลง สวนทางกับ IT Service, Infrastructure และซอฟท์แวร์จะเติบโตขึ้นต่อเนื่อง จาก 4 เหตุผลหลักคือ

  • แบงก์ลงทุนใหม่ เพื่อปรับตัวให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่ช้อปปิ้งออนไลน์กันมากขึ้น
  • ธุรกิจโทรคมนาคม ลงทุนด้าน Virtualization เพื่อลดต้นทุน
  • ภาคการผลิต ยกระดับตัวเองแข่งขันในระดับโลก ด้วยการใช้ Internet of Things (IoT) และ Robotic แทนแรงงาน เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
  • การปรับเปลี่ยน Digital Transformation ในองค์กรต่างๆ โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่

 

 

 

อย่างไรก็ตามธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอทีเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับธุรกิจค้าปลีกสินค้าประเภทอื่น ส่งผลต่อการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ ทำให้ผู้ประกอบการที่มียอดขายสูงได้เปรียบผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่ง COM7 ก็ถือว่ามีจุดเด่น อย่างบริการ iCare ของค่ายไอโฟน บริษัทก็มีสาขาบริการรวม 27 แห่ง ซึ่งมากที่สุดในตลาด ขณะที่ร้านค้าปลีกในแบรนด์ต่างๆ ของบริษัท ปีที่ผ่านมามีสาขาประมาณ 646 สาขา ปีนี้เคาดว่าจะขยายสาขาได้ 800 สาขาขึ้นไป  

 


โอกาสของ
COM7 หลังบีทีเอสซื้อหุ้น


บล
.เอเซีย พลัส มองว่าการที่กลุ่มบีทีเอส เข้าซื้อหุ้นบิ๊กล็อตจาก "สุระ คณิตทวีกุล" และผู้บริหาร COM7 รวม 59 ล้านหุ้น และนักลงทุนทั่วไปอีก 11.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.9% และ 0.9% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว มองว่าจะไม่มีผลกระทบต่อโครงสร้างคณะกรรมการในการบริหาร และยังเชื่อว่าจะเป็นการช่วยเสริมกลยุทธ์ให้กับธุรกิจในระยะยาว


ประเมินกลยุทธ์ไว้ ดังนี้

  • โอกาสเปิดร้านค้าปลีก หรือศูนย์บริการ IT ตามสถานีรถไฟฟ้า
  • ธุรกิจโฆษณา VGI และ PLANB ช่วยหนุนการทำสื่อภายในบริเวณของรถไฟฟ้า BTS
  • Kerry Express ช่วยรองรับระบบการขนส่งสินค้าของ ธุรกิจซื้อขายออนไลน์ (BNN.in.th) ของ COM7
  • การทำโปรโมชั่นร่วมกับ Rabbit Line Pay (ฐานผู้ใช้งานกว่า 5 ล้านคน) เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย และเพิ่มความสะดวกในการชำระสินค้าของบริษัท

 

 


อย่างไรก็ตามฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ จากแนวโน้มกำไร 2Q62 ที่เติบโตดีกว่าคาด จึงมี Upside ต่อประมาณการปี 62 จาก 2 ประเด็นคือ การเติบโตของ SSSG คาดเติบโตสูงกว่าสมมติฐานทั้งปีที่ 4% (คาดช่วงครึ่งปีแรก อยู่ที่ 10%) โดยประเมินทุกๆ 1% ที่เพิ่มขึ้น มูลค่าพื้นฐานจะเพิ่มขึ้น 0.14 บาท และ SG&A/Sales ที่ลดลงจาก Synergy ข้างต้น ประเมินทุก 10 bps ที่ลดลง จะมีมูลค่าพื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.55 บาท โดยในประเด็นนี้ฝ่ายวิจัยยังอยู่ในระหว่างทบทวนประมาณการและคำแนะนำ


ขณะที่บล.เคจีไอ ประเมินรายได้ของ COM7 ปีนี้ไว้ที่ 31,852 ล้านบาท และยังคงแนะนำซื้อจากการที่ COM7 เข้าซื้อหุ้นอีก 3.75 ล้านหุ้นในบริษัท บัฟ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัมที่ทำธุรกิจเช่าซื้อมอเตอร์ไซค์ ด้วยมูลค่ารายการรวม 122.5 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัทเข้าถือหุ้นในบัฟสัดส่วน 40% จากสัดส่วนเดิมที่ 27.5%


ที่มา : รายงานประจำปีของ COM7 และบทวิเคราะห์หุ้น บล.เอเซีย พลัสและเคจีไอ