“บลจ.กสิกรไทย”...จ่ายผลตอบแทน ‘กอง ABPIF’ 29 มี.ค.นี้

>>

“บลจ.กสิกรไทย”...เตรียมควักเงินกว่า 500 ล้านบาท จ่ายปันผลพร้อมลดทุน กอง ABPIF’ 29 มี.ค.นี้ พร้อมประเมินแนวโน้มการใช้พลังงานยังโตต่อเนื่อง ปัจจัยบวกต่อการบริหารกอง

นายวิทวัส อัจฉริยวนิช รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมจ่ายเงินปันผลและลดทุนจดทะเบียนครั้งที่ 11 ของ ‘กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ABPIF)’ สำหรับรอบผลการดำเนินงานตั้งแต่ 1 ก.ค. 18 - 31 ธ.ค.18 ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียน ณ เวลา 8.00 น. ของวันที่ 18 มี.ค.19 โดยจ่ายปันผลในอัตรา 0.3284 บาทต่อหน่วย และคืนเงินลดทุนในอัตรา 0.5133 บาทต่อหน่วย ทั้งนี้ ผู้ลงทุนจะได้รับเงินทั้งในส่วนของปันผลและลดทุนรวมเป็นเงินอัตรา 0.8417 บาทต่อหน่วย คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 505.02 ล้านบาท โดยมีกำหนดจ่ายปันผลและคืนเงินลดทุนพร้อมกันในวันที่ 29 มี.ค.19 นี้       

‘กอง ABPIF’ เป็นการลงทุนในสัญญาโอนผลประโยชน์จากการประกอบกิจการไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 และ 2 ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี ที่มีรายได้หลักมาจากการทำสัญญาระยะยาวในการจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร

 
( นายวิทวัส อัจฉริยวนิช )

 

ซึ่งสัญญาโอนผลประโยชน์ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 1 จะสิ้นสุดลงในเดือนก.ย.19 ในขณะที่สัญญาโอนผลประโยชน์ของโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ 2 จะมีอายุคงเหลือจนถึงปี22  

“ทั้งนี้ นับตั้งแต่จัดตั้ง ‘กอง ABPIF’ มีการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 11 ครั้ง รวมเป็นเงินอัตรา 4.0561 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นอัตราการจ่ายปันผลเฉลี่ยตั้งแต่จัดตั้งกองทุน 9.14% ต่อปี”

นายวิทวัส ยังกล่าวอีกว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้ายังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนจากการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการปรับโครงสร้างการผลิต ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการต่างชาติอย่างจีนและญี่ปุ่น มองว่าไทยเป็นฐานการผลิตที่น่าสนใจ อีกทั้งสถาบันการเงินเพื่อการลงทุนระหว่างประเทศมีนโยบายสอดรับกับรัฐบาลที่จะสนับสนุนการเข้ามาลงทุนในไทยโดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

“ดังนั้น แนวโน้มความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งส่งผลในเชิงบวกต่อการบริหาร ‘กอง ABPIF’ ให้สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีในระยะยาว”  

สำหรับ ‘กอง ABPIF’ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้น ผู้ลงทุนที่สนใจลงทุนในกองทุน  ABPIF สามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้