กระตุ้นอสังหาฯไร้ผล คนรายได้น้อยชวดหมดสิทธิ์

>>

ไทยพาณิชย์คาดกระตุ้นอสังหาฯไร้ผล คนรายได้น้อยต่ำกว่า 2.5 หมื่นบาทต่อเดือนไม่ได้ประโยชน์ คาดยอดโอนบ้านทั้งปีติดลบ 10%

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (อีไอซี) ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินว่า มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยผ่านการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับค่าซื้อบ้านพร้อมที่ดิน หรือคอนโดมิเนียมที่มีมูลค่าไม่เกิน 5 ล้านบาท โดยค่าลดหย่อนให้เป็นไปตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2 แสนบาท ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ จะส่งผลบวกกับตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมไม่มาก โดยคาดการณ์มูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยของทั้งประเทศในปี 2562 ยังหดตัวประมาณ 10%


ทั้งนี้ มาตรการมีเงื่อนไขเฉพาะผู้ที่จดทะเบียนซื้อบ้านหลังแรกตั้งแต่ 30 เม.ย. ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2562 และต้องถือครองกรรมสิทธิ์ติดต่อกันอย่างน้อย 5 ปีนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียน รัฐบาลประเมินว่ารัฐจะสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประมาณ 1,350 ล้านบาท


อีไอซีประเมินว่า แม้บ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทจะมีสัดส่วนประมาณ 80% ของที่อยู่อาศัยเหลือขายในปัจจุบัน แต่ผลบวกของมาตรการต่อตลาดที่อยู่อาศัยอาจมีไม่มาก เนื่องจาก

  1. เงื่อนไขของมาตรการที่จำกัดเฉพาะผู้ซื้อบ้านหลังแรก
  2. สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับน้อยกว่าและระยะเวลาสั้นกว่าที่ภาครัฐเคยทำมาในอดีต
  3. ความเข้มงวดของการให้สินเชื่อบ้านของสถาบันการเงินมีมากขึ้น 

โดยเฉพาะจากเกณฑ์ LTV ทำให้ผู้บริโภคไม่ได้เร่งซื้อบ้านมากนักจากมาตรการทางภาษีในครั้งนี้ และอาจไม่ได้ช่วยให้ที่อยู่อาศัยเหลือขายลดลงมากนัก

จากข้อมูลของ AREA พบว่าที่อยู่อาศัยเหลือขาย (ที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จพร้อมขายและกำลังก่อสร้าง) ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ณ สิ้นปี 2561 มีจำนวนประมาณเกือบ 2 แสนหน่วย โดยเป็นที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทจำนวน 1.6 แสนหน่วย หรือประมาณ 80% ของหน่วยเหลือขายทั้งหมด แบ่งเป็นที่อยู่อาศัยแนบราบ 9.5 หมื่นหน่วย และคอนโดมิเนียม 6.5 หมื่นหน่วย


อีไอซี มองว่า มาตรการในครั้งนี้ช่วยลดต้นทุนการซื้อบ้านของผู้ซื้อบ้านหลังแรกได้บ้างมากน้อยตามฐานภาษีที่เสีย แต่ผู้มีเงินเดือนน้อยกว่า 2.5 หมื่นบาทที่ซื้อบ้านหลังแรกจะไม่ได้ประโยชน์จากมาตรการนี้ โดยผู้ที่มีรายได้สูงจะได้รับประโยชน์ที่มากกว่าผู้มีรายได้น้อยซึ่งเสียภาษีเงินได้ในอัตราที่ต่ำกว่า เช่น ผู้ซื้อบ้านหลังแรกที่ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เป็นผู้ที่เสียภาษีในอัตรา 35% จะได้ส่วนลดภาษีจากมาตรการนี้ไป 7 หมื่นบาท ขณะที่ถ้าเป็นผู้เสียภาษีในอัตรา 5% จะได้ส่วนลดภาษีจากมาตรการนี้ไป 1 หมื่นบาท