ทรัมป์-คิม ปิดฉากซัมมิต ไร้ความคืบหน้าสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลี

>>

ปธน.ทรัมป์แถลงซัมมิตรอบสอง ปลดนิวเคลียร์ล่ม-ไร้ข้อตกลงร่วมกับผู้นำเกาหลีเหนือ

การประชุมซัมมิตระหว่างผู้นำสหรัฐและผู้นำเกาหลีเหนือที่กรุงฮานอยในวันนี้ได้สิ้นสุดลงแล้วอย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นการเสร็จสิ้นการประชุมเร็วกว่าที่หลายฝ่ายคาดคิดเอาไว้

สำหรับกำหนดการเมื่อช่วงเช้าเมื่อเวลา 09.10 น.ตามเวลาท้องถิ่นกรุงฮานอย ทั้งสองผู้นำได้พบกันอีกครั้งหนึ่งหลังจากงานเลี้ยงรับประทาอาหารค่ำเมื่อคืน (27 ก.พ.) ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีทรัมป์และผู้นำเกาหลีเหนือได้พบกันอีกครั้งบริเวณทางเดินริมสระว่ายน้ำของโรงแรมเมโทรโพล ด้วยท่าทีที่ผ่อนคลายทั้งคู่ ก่อนทั้งทั้งสองมีประชุมร่วมกันโดยคณะผู้ร่วมประชุมฝ่ายทรัมป์ประกอบด้วยนายไมค์ ปอมเปโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐ นายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ และมิค มัลเวนีย์ รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว

นายคิมได้ตอบคำถามกับผู้สื่อข่าวต่างชาติว่า "หากเขาไม่พร้อมเจรจายุตินิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี เขาคงไม่เดินทางมาที่นี่"คำตอบของนายคิมทำให้ผู้นำสหรัฐฯกล่าวชื่นชมว่า "นั่นอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดเท่าที่คุณเคยได้ยินมา"

ขณะที่คณะผู้ร่วมประชุมฝ่ายเกาหลีเหนือนั้นนอกจากนายคิมจองอึนแล้วยังประกอบด้วย นายรียองโฮ รมว.ต่างประเทศ นายคิมยองชอล รองประธานคณะกรรมาธิการพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ

การประชุมทั้งฝ่ายดำเนินไปจนกระทั่งเวลาประมาณ 13.30 น. มีรายงานว่าการประชุมของทั้งสองผู้นำสิ้นสุดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้โดยผู้นำทั้งต่างฝ่ายต่างแยกย้ายเดินทางออกจากโรงแรมโซฟิเทล รีเจนด์ เมโทรโพล สถานที่จัดประชุม กลับไปยังโรงแรมที่พักของตน จากนั้นนางซาราห์ แซนเดอร์ โฆษกประจำทำเนียบขาวระบุว่าผู้นำทั้งสองไม่ได้ลงนามในข้อตกลงใดๆร่วมกัน  แต่จะทำงานร่วมกันต่อไปเพื่อให้มีการพบเจรจากันอีกในอนาคต

ไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น เนื่องจากบรรยากาศการเจรจาของการทานอาหารค่ำคืนก่อนนี้ รวมถึงบรรยากาศเจรจาช่วงเช้าเต็มไปด้วยความชื่นมื่น

เวลาราว 14.15 น. ประธานาธิบดีทรัมป์ และนายไมค์ ปอมเปโอ ได้จัดการแถลงข่าวพร้อมตอบคำถามต่อผู้สื่อข่าวที่โรมแมริออทฮานอย โดยนายปอมเปโอได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าการเจรจาครั้งนี้ “มีความคืบหน้า แต่ยังไม่มีข้อตกลง”

ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวว่า การคว่ำบาตรเกาหลีเหนือยังคงอยู่  และยังไม่มีการลงนามในข้อตกลงใดๆร่วมกัน เพื่อให้ข้อตกลงนั้นเป็นผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย รวมถึงนายคิมจองอึนยังได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะเกาหลีเหนือจะไม่ทดสอบขีนาวุธ หรือพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ใดๆในขณะนี้

สอดคล้องกับก่อนหน้านี้ที่ปธน.ทรัมป์กล่าวว่าเขา"ไม่รีบร้อน"ในการลงนามใดๆกับทางเกาหลีเหนือขณะนี้ โดยทรัมป์ระบุว่า "ขณะเวลาไม่ใช่ปัจจัยสำคัญสำหรับเขา"

 

ข้อตกลงที่ไม่ลงตัว?

คาดการณ์ว่าเหตุหนึ่งที่การประชุมครั้งนี้ไม่มีความคืบหน้าใดๆเนื่องจาก หลายครั้งที่ที่ผ่านมาสหรัฐได้เรียกร้องให้เกาหลีเหนือปลดอาวุธนิวเคลียร์ในทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข แต่ทางเกาหลีเหนือต้องการปลดนิวเคลียร์แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยเกาหลีเหนือมีเงื่อนไขเรื่องการยกเลิกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก รวมถึงให้สหรัฐถอนทหารจากคาบสมุทรเกาหลีด้วย ส่งผลให้เรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายยังคงไร้ความคืบหน้า

ขณะที่รายงานอีกแหล่งข่าวคาดว่า เหตุทั้งสองฝ่ายตกลงกันไม่ได้ในเรื่องที่สหรัฐต้องการให้เกาหลีเหนือปิดโรงงานนิวเคลียร์ที่เมืองยองบอน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดีได้เตรียมเดินทางกลับสหรัฐแล้ว ส่วนนายคิมจองอึน ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าได้ยืดกำหนดระยะเวลาการเยือนเวียดนามออกไปจนถึงวันเสาร์ (2 มี.ค.) นี้ ก่อนจะเดินทางกลับเกาหลีเหนือ โดยทั้งสองผู้นำได้ยกเลิกกำหนดการรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน รวมถึงยกเลิกพิธีการลงนามข้อตกลงร่วมกันด้วย