คิงเพาเวอร์ คว้าดิวตี้ฟรี3สนามบิน คะแนนนำโด่งสืบทอดกิจการปีละแสนล้านบาท

>>

ทอท.เปิดซองข้อเสนอผลตอบแทนการเงิน ดิวตี้ฟรี สนามบินภูมิภาค3 แห่ง ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ โดย คิงพาวเวอร์ ชนะประมูลไป ขณะที่กลุ่มโรงแรมรอยัลออคิดฯบ่นเสียดาย ได้คะแนนอันดับสอง


รายงานข่าวจากคณะกรรมการคัดเลือกโครงการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ภายในสนามบินภูมิภาค 3 แห่ง (ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่) แจ้งว่า บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้เปิดซองข้อเสนอด้านผลตอบแทนการเงินของเอกชนที่ยื่นข้อเสนอ ซึ่งก่อนหน้านี้มีเอกชนยื่นข้อเสนอ 3 ราย คือ

  1. คิง เพาเวอร์
  2. กลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส และ
  3. กลุ่มโรงแรมรอยัลออคิด


จากจำนวนเอกชนที่ซื้อซองข้อเสนอไป 4 ราย โดยกลุ่มเซ็นทรัลไม่ได้มายื่นซองข้อเสนอ ซึ่งพบว่าคิงเพาเวอร์ ได้คะแนนสูงสุด 96 ตามมาด้วยกลุ่มโรงแรมรอยัลออคิด 86 คะแนน และกลุ่มบางกอกแอร์เวย์ส 84 คะแนน


ทั้งนี้บริษัท คิงเพาเวอร์ ได้ชนะการประมูลงานพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดภาษีอากร(ดิวตี้ฟรี) ในทุกสัญญาที่มีการเปิดประมูลครั้งนี้ แบ่งเป็น

  • สัญญาดิวตี้ฟรี สนามบินสุวรรณภูมิ
  • สัญญาดิวตี้ฟรี สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่
  • สัญญาพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิ


โดยปัจจุบัน คิงเพาเวอร์บริหารดิวตี้ฟรี สนามบินดอนเมือง ซึ่งมีสัดส่วนผู้โดยสารมากกว่า 30% ของผู้โดยสารตลอดปี ตลอดจนเป็นเจ้าของดิวตี้ฟรี ภายในเมือง มากกว่า 3 แห่ง(Downtown Duty Free) ทั้งในกรุงเทพมหานครและเมืองท่องเที่ยวหลักอย่าง จ.ภูเก็ต


อย่างไรก็ตามจากการเปิดเผยตัวเลขรายได้ดิวตี้ฟรี พบว่าในแต่ละปีกิจการดิวตี้ฟรีภายในสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ที่ 33,000 ล้านบาท ขณะที่ดิวตี้ฟรีสนามบินภูมิภาคมีรายได้ปีละ 5,500 ล้านบาท และงานบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ 5,000 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากดิวตี้ฟรีนอกสนามบินของคิงเพาเวอร์นั้นอยู่ที่ปีละ 56,000 ล้านบาท เบ็ดเสร็จแล้วในแต่ละปีกิจการดิวตี้ฟรีโดยรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 100,000 ล้านบาท พร้อมกำไรราว 8,000 ล้านบาทต่อปี

นายวิทวัส วิภากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทโรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ติดใจเรื่องการให้คะแนนของทอท. แต่ยอมรับว่าเสียใจและเสียดาย เพราะตั้งเป้าว่าจะทำดิวตี้ฟรีในเมืองไทยร่วมกับพันธมิตรอันดับ 1 ของโลก และจะนำสินค้าไทยไปจำหน่ายในต่างประเทศ


“ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ก็เสียดายและเสียใจที่ไม่ชนะงานประมูลดังกล่าว ซึ่งเดิมทีตั้งเป้าหมายที่จะร่วมมือกับพันธมิตรเชื่อมโยงการจำหน่ายสินค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะมีการนำสินค้าของไทยไปรุกตลาดร้านค้าปลอดภาษีในต่างประเทศแต่ถ้าเราได้ที่1 เราก็จะได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ ส่วนกรณีเรื่องของคะแนนไม่โปร่งใสหรือไม่นั้น เรื่องนี้ตอบไม่ได้ เขามีวิธีการขั้นตอน หลังจากนี้จะมีการเสนอเข้าคณะกรรมการ บอร์ด มือ.ในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ส่วนใครที่มีข้อสงสัยก็สามารถทำจดหมายให้ ทอท.ชี้แจงได้”นายวิทวัส กล่าว


ส่วนการเปิดประมูลโครงการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต อาทิ โครงการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ ฟรี) ภายในสนามบินดอนเมือง ซึ่งสัญญาสัมปทานปัจจุบันจะหมดลงใน เดือน ก.ย. 2565 และ เคาน์เตอร์จุดส่งมอบสินค้า หรือ pick up counter ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมืองและสนามบินภูเก็ต


โดยเฉพาะ Pick Up Counter กลุ่มรอยัลออคิดยังคงแสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลต่อ ทั้งนี้ทอท.มีกำหนดรายงานผลการพิจารณาข้อเสนอของเอกชนในการประมูลดิวตี้ฟรี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ สนามบินสุวรรณภูมิ รวมทั้งดิวตี้ฟรี 3 สนามบินภูมิภาคเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณารายได้ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ก่อนเสนอคณะกรรมการบริษัทในวันที่ 19 มิ.ย. 2562